Sunday, November 07, 2004
เมื่อวานเอา a7v333 + xp1700 ไปเคลม
ออกจากพันธ์ทิพย์ เดินไปขึ้น BTS ลงอนุสาวรีย์ เดินไป office ต่อ วันนี้ก็ไม่อะไรให้ทำอีกน่ะแหละ เลยไปคลองถมเลย taxi 5 คน ดังนี้ ข้าพเจ้า พี่เรา แฟนพี่เรา น้องแฟนพี่เรา เพื่อนน้องแฟนพี่เรา ?? พี่กรูจะไปซื้อหนัง แต่เดินไปเดินมา หาไม่เจอแฮะ คนก็แน่น ร้อนอีก เมื่อยขาด้วย เดินไปเดินมา ตังค์ก็ไม่มี ไปเจอถั่วลันเตาอบกรอบรสวาซาบิเข้า (เคยกินมาก่อน อร่อยมาก) 20 บาทเท่านั้น แต่ตังค์ก็มีแค่ 20 เลยได้มาถุงเดียว ฮือ ที่เหลือไม่มีอะไร กลับดีกว่า กลับมาถึงหอ วันนี้ไวหน่อยนะ ตีหนึ่งกว่าๆ เอง เลยนั่งดู anime กะอ่าน Negima อ่านมา 3 คืนแล้วยังไม่จบซะที เล่ม 2 เนี่ย อ่านทีไรหลับทุกที ไม่ใช่ไม่สนุกนะ แต่มันอ่านยาก เดี๋ยวคืนนี้อ่านต่อให้จบ
สมองกล&คนสวย และ รถไฟใต้ดิน
สุดท้ายต้องลงไปขึ้นรถไฟใต้ดินจากศูนย์สิริกิตต์ ไปสุขุมวิท 12 บาท ซื้อมาเป็นเหรียญดำๆ ข้างในมี RFID อยู่แหง๋ ตอนเข้าใช้แปะ ตอนออกใช้หยอด ข้อสังเกต
- รถแต่ละเที่ยวมาช้ามาก รอประมาณ 15 นาที จนคนแนนชานชะลาเอี๊ยด
- มีที่กั้นเป็นกระจกแล้ว ไม่มีเส้นเหลืองที่พื้น พอเดินไปใกล้ๆกระจก ก็มียามมาไล่ ?? ไม่เห็นบอกเลยนี่หว่า แล้วมันอันตรายตรงไหนเนี่ย
- กล้องวงจรปิด มีจอทีวีให้ดูด้วย แต่จุดที่มองเห็นจอ จะไม่เห็นตัวเอง ?? จิงๆนะ มองหาตัวเองในจอ ทั้งจอซ้าย จอขวา ไม่เห็นง่ะ
- บรรยากาศ ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ไม่มีร้านขายของเหมือน BTS พอตอนดึกๆ ไม่มีคน คงวังเวงน่ากลัวชอบกล เหมือนที่ Silent Hill ชอบเอามาใช้
- ตัวรถไฟเหมือน BTS เป๊ะ แต่วิ่งเร็วกว่า ตอนออกตัวนิ่มนวลกว่า แต่ด้านใน มีที่เกาะน้อยมาก ตอนขึ้นไป แล้วรถเข้าโค้งนี่เซ แถดๆ เลย ไม่เคยขึ้นอ้ะ ไม่รู้ว่ามันจะเหวี่ยงขนาดนั้น ความเร็วน่าจะประมาณร่วมร้อยกิโล ระยะระหว่างสถานีจะยาวกว่า BTS แต่ใช้เวลาพอกัน
กว่าจะไปถึง office ก็ห้าทุ่ม แถมไปถึงไม่มีงานให้ทำอีก พอตอนเที่ยงคืนกว่าก็ไปกินเตี๋ยว ที่เดิม คราวนี้ไม่น่ากินเล็กยำเลย เมื่อวานแสบท้องชะมัด ที่เหลือไปมีอะไร
Thursday, November 04, 2004
น่าเศร้านะ
ไปคุยมาเกือบทุกคนแล้ว อาจารย์ก็ไม่เปิดให้ซักคน สรุป ต้องเรียน 5 ปี + summer ด้วยเลยนะเนี่ย
ที่จริงก็ดิ้นแล้วดิ้นอีกนะ ไปคุยกะอาจารย์พี มาก็ไม่ได้เรื่องอะไร ไม่ได้ช่วยเล้ย (ต้องบ่นซะหน่อย) อาจารย์พันธุ์ปิติ ก็ไม่เปิดให้
สรุป ต้องทำใจอย่างเดียว รู้สึกผิด + โง่ + งี่เง่า + เศร้า สุดๆ เลยนะเนี่ย เป็นอย่างที่อาจารย์เหลิมเคยพูดไว้เลย "บ้านพังเพราะมดไปทำรัง" มดคือ การบ้านส่งไปไม่ถึงอาจารย์ตอนนู้น digital นู่น อุตส่าห์ทำเองด้วย ได้คะแนนการบ้าน 0 มาแบบ ได้ไงเนี่ย อะไรจะซวยขนาดนั้น เฮ่อ ~.~
NSC2005
จากทางเข้าก็ตรงไปเรื่อยๆ ประมาณกิโลนึงก็จะไปเจอ Nectec อยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าไปเลย ไปวนหาที่จอดรถ เจอเก๋พอดี
เข้าไปลงชื่อ แล้วก็หาที่ถ่ายเอกสาร ได้ไปถ่ายที่ชั้น 3 ของอาคาร 4 มั้งถ้าจำไม่ผิด เสร็จแล้วก็เข้าไปห้องประชุม ที่นั่งแน่นเอียด นั่งติดกะโบท ถัดไปเป็นเอก ส่วนบอบบี้ มุก เก๋ นั่งติดกัน ส่วนออม ไปนั่งเดี่ยว เพราะแยกตามประเภท ตอนรับก็ไม่มีอะไรมาก เดินไปรับป้าย กะถ่ายรูป เป็นหลักฐาน กันเบี้ยว ปีนี้เห็นบอกว่าเยอะส่งเยอะกว่าทุกปี แต่รับมาประมาณ 170 กว่าโครงการ เออใช่ มีโครงการ YSC ของเด็กประถม ฟังชื่อแล้ว โห อลังกว่าของ กรูอีก ไอ้พวกนี้คงระดับไม่ใช่ธรรมดา มีแค่ 9 คนเอง กว่าจะเสร็จก็ตอนประมาณ 11 โมง กิน ขนมปังที่แจก แล้วไปนั่งรอทำใบสัญญา ดันไปนั่งผิดที่ เลยเสียเวลาไปนั่งรอคิวใหม่ กว่าจะเสร็จก็เที่ยงกว่า รับทรัพย์ไป 5000 ไปหาข้าวกินที่โรงอาหารกลางของม.ธรรมศาสตร์ โดยการนำของมุก เพราะมุกเป็นเด็กเก่าของที่นี่ กินข้าวหน้าเป็ดไป รสชาติงั้นๆ 20 บาท กินเสร็จก็กลับ ขับตามรถเก๋ไป ขากลับเหลือ เอก กะ โบท ที่มาด้วย ส่วนบอบบี้ หนีแคบไปพึ่งกว้างกว่า รถเก๋ โอ่ยตอนขากลับทำไมตาม รถเก๋ไม่ทันหว่า พอขึ้นทางด่วน โดนค่าทางไป 10+43 บาท แล้วก็เหยียบ 140-150 แล้วนะ ประมาณว่าจี้ตูดคันหน้าเลยแต่ไม่มาก ถ้าขับคนเดียวคงจี้มากกว่านี้ น้ำมันยุบฮวบงานนี้ เหลือไม่ถึงขีด กลับมาถึงม. รถเก๋บิดกุญแจกลับไม่ได้ แต่ดึงได้ (Vios) ลองดูปรากฎว่าเป็นเพราะหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายมากไปจนเกือบสุด นี่เอง ต้องเสียบกุญแจเข้าไป แล้วบิดพวงมาลัยกลับมา ก็ดึงออกได้ตามปกติ รู้เพราะออมบอกนะเนี่ย โหเสียเหลี่ยม (ที่จริงก็เพราะไม่เคยใช้ vios รึรถรุ่นใหม่ๆอะนะ ประมาณว่าโห เพิ่งรู้นะเนี่ย)
กลับมาถึงม. ก็ประมาณบ่ายสอง ไม่มีอะไรทำ เลยไป DanceDance แล้วก็โดนลากไปเป็น presenter ให้เขามาถ่ายรูปไปลงหนังสือ เกี่ยวกะ wireless ให้เอา Notebook ไป ที่โดนด้วยมี มาร์ก (รู้สึกจะเด่นมาก) ลิ่ว อาร์ต ข้าพเจ้า กะพี่โดม รับหน้าที่เป็นอาจารย์ไป เกิดเลยนะเนี่ย ต้องแอ็คท่าด้วย ตลกดีแฮะ ถ่ายไปหัวร่อไป แถมมีดวงมาฮากิ๊กๆ ใกล้ๆอีก อื้มแล้วก็ขึ้นมาถ่ายที่แลปต่อ เจอออม โช๊ะเข้าให้ ให้ออมรับหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ไปเลย แล้วลงไปถ่ายต่อที่ข้างล่างอีก เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้นไม่รู้เพราะขี้เกียจตามไปดู เพราะเหมือนไม่ใช่เรื่องเท่าไหร่ เดี๋ยวมีคนมาดูมากๆจะพาออมจะเกิดอาการเคอะเขินเข้าอีก ไม่มีอะไรทำ เลยมา DanceDance ต่อ ต่อจนเมื่อยขาเลยแฮะ หลังจากนั้นจะไปหาน้ำกินที่แลปแมด ดันไปดูเรื่อง อะไรหว่า ที่เป็นหนังญี่ปุ่น ที่มาจากการ์ตูนน่ะ (มีตั้งกี่เรื่องวะเดี๋ยวค่อยเข้ามาแก้ละกัน) ดูเพลิน ที่เหลือก็เข้าวัฎจักรเดิม จบ
Tuesday, October 26, 2004
ความน่ากลัวของตึก CPE
โปรเจคกำลังเร่งอยู่ แต่มันไม่ค่อยขยับ ติดตรงที่จะเอา hermes driver ขึ้น TS-5500 ให้ได้ มันไม่ยอมได้ซะที
งานบริษัทพี่กรู ก็ยุ่งดีเหมือนกันช่วงนี้ คงต้องเข้าไปช่วยตอนเย็นแล้วมั้ง ที่จริงก็อยากช่วยหรอก แต่มันไม่ค่อยจะว่างเลยนะ ถ้าไปช่วย ก็ไม่ได้ทำโปรเจค แถมกว่าจะเสร็จกลับหอ ก็ล่อเข้าไปเกือบเช้า ก็แย่เหมือนกัน ถ้าไม่มีเรียนแล้วว่าไปอย่าง โทษทีๆ
หลังจากกลับบ้านไป วันที่จะกลับมารู้ว่าน้ำมันจะขึ้นราคา ขามาเลยเติมไป 500 เกือบเต็มถัง ลิตรละ 20.99 ได้มา 23 ลิตร แสดงว่าถังน้ำมันอีคันนี้ 30 ลิตร ตอนจะหาปั๊มป์ที่ 20.99 ได้ (Jet แถวบางบัวทอง) มาตรวัดน้ำมันจมไปอยู่ที่ขีดสุดท้ายแล้ว เล่นเอาเสียวไปไม่ถึงปั๊มป์ เลยต้องเล่นปิดแอร์วิ่งแบบ safe สุดๆ จนแทบจะทำสถิติวิ่งแบบประหยัดของคันนี้เลยก็ว่าได้ อืมลองคำนวณดู จากบ้านมาถึงแถวบางบัวทอง ก็ร่วมๆ 60-70 กิโล กะน้ำมันประมาณ 5-6 ลิตร อืม ช่วงแรกๆ เหยีบเยอะนะจนเห็นว่าน้ำมันจะไม่พอ เลยวิ่งแบบ safe ที่ราวๆ 20 กว่าโลก่อนถึงปั๊มป์ กะน้ำมัน ราวๆ ลิตรกว่าๆมั้ง ก็เล่นวิ่งไม่ถึง 80 + ปิดแอร์ เปิดกระจก ดีที่เป็นตอนกลางคืน ลมเย็นสบาย มาถึงหอก็มาจอด จนวันนี้ยังไม่ได้ใช้เลย
เน็ตเกษตร ช่วงนี้ติดๆ ตายๆ แย่เหมือนกันแฮะ แต่เอาเป็นว่าวันนี้โหลด anime ไปเยอะพอสมควร
มาถึงหัวข้อ มันน่ากลัวยังไงน่ะเหรอ? ไม่รู้ดิ แต่ดูจากเพื่อนเรา(ไม่ขอเอ่ยนาม ไม่ประจาน) คนนึงแล้ว นึกว่าอยู่คนเดียวทั้งตึกรึเปล่า เล่นเปิดไฟทั้งชั้นเลย พอกลับไปทางบันไดหนีไฟก็เล่นเปิดไฟมันทุกชั้นเลยแฮะ แต่มันก็มืดจิงๆ น่ะแหละ เคยอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าคนอื่นเขากลับกันหมด ยามก็เล่นปิดไฟซะเรียบ มืดตื๋อ เดินแทบจนชนโต๊ะที่วางตามหน้าห้องเลย แต่เพราะเราเป็นประเภท... เลยไม่รู้สึกเลยล่ะมั้ง แต่กลับดึกๆ ไม่ชอบหมาเลยแฮะ มันมองไม่เห็นนะ แต่ได้ยินเสียงคนเดิน มันเห่าไว้ก่อน แล้วพอมันเดินมาใกล้ๆ มันก็เงียบแล้วเดินหนี น่าเตะปากชะมัดเลย น่ากลัวอีกอย่างคือ กลัวโดนตีกบาลแฮะ ยิ่งถือกระเป๋าโน๊ตบุ๊กด้วย สงสัยต้องพก 11ม.ม. ซะแล้ว (เชื่อเรอะ?) รึว่าจะเอาหมวกกันน็อกมาดี เอาไว้กันโดนตีหัว
Thursday, October 21, 2004
โอ่ย สุดจะเครียด
สงสัยจิงๆ เลยว่าทำไมช่วงนี้มันซวยขนาดนี้วะเนี่ย
ตั้งกะเรื่อง project prepare อยู่ดีๆ จารย์จะให้ F ซะดื้อๆทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ log book ไม่ใช่ไม่เขียนด้วย ไม่ได้เขียนย้อนหลังด้วย ครั้งแรกไม่ได้ส่ง ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เขียนไปเยอะเหมือนกัน เขียนเพราะเห็นว่ามันช่วยทำให้ไม่ลืมว่าทำอะไรไปมั่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะหายไป 20% ครั้งสองส่งไป ดันไม่มีคะแนนซะเฉย ไปคุยกับจารย์ ได้เหตุผลมาว่า ครั้งสองจะตรวจเฉพาะ บันทึกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป ใครจะไปรู้ล่ะ ของข้าพเจ้าไปกุดอยู่ที่ 29 ส.ค. ดูดิ๊ อะไรจะซวยขนาดนั้นเลยกลายเป็นได้ I มาแทน
หลังจากเรื่องนี้เคลียร์ไปได้ในตอนเช้า ก็มานั่งทำโปรเจคต่อ อย่างโล่งใจ ตอนเย็นนั้นเองที่เกรดเริ่มออกมาแปะ กะลังกินข้าวอยู่ที่บาร์ใหม่ดีๆ นนก็โทรมา เอาละต้องเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแน่ๆ นั่นไง architechture ได้ F ซะเฉย จากที่เครียดจนนอนไม่หลับไปคืนนึงแล้ว แล้วมาเจอแบบนี้อีก ตอนนั้นไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว เซ็ง เซ็งชีวิตอย่างเดียว เดินกลับมาดูเกรดที่แปะเอาไว้ Holy Sh_t! อะไรวะเนี่ย ให้เกรดยังไงวะ F 9 คน Dog,Dog+ 27 คน ข้าพเจ้าคิดว่า final ทำได้อย่างสบายมากเลยนะ midterm ก็ครึ่งนึงพอดี(ซะเฉย ตอนทำก็วัดดวงเหมือนกัน เพราะแกเล่นเขียนโจทย์ไม่เคลียร์ ถามก็ไม่บอก ข้อ 2 ไม่ผิดก็ถูก แต่คะแนนออกมาแบบนี้แสดงว่าผิด) การบ้านเขียนมีทั้งหมด 2 ครั้ง ทั้งๆ ที่ควรมีมากกว่านั้น ครั้งแรกไม่ได้ส่ง ส่งครั้งที่สอง รวม 20 คะแนน (มากไปรึเปล่า) รึนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากรู้เกรด รู้สึกอย่างเดียวคือ ฉุนกึ๊ก ไรฟะ กรูทำไรผิดฟะ ข้องใจ อีกวันนึงเลยไปหาอาจารย์ที่ห้อง เห็นไม่ว่างมีคนคุยอยู่ รอจนบ่ายสี่โมง อาจารย์เดินออกมาจากห้อง เลยลองถามดูว่าจะขอดูคะแนน ได้มั้ย จารย์บอก ไม่ว่าง เอาไว้วันศุกร์บ่ายค่อยมา (วันนั้นวันอังคาร) หะ ศุกร์บ่ายเลยเรอะ คิดว่าคุยกะแกคงไม่เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เลยว่าจะไปคุยกะจารย์ป๋าว่าจะเปิดให้ได้มั้ย ลงเรียนควบน่าจะเวิร์คกว่า แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นจารย์เลยทั้งสองคน
จนมาถึงวันศุกร์ ตอนเช้ามีสอบสมัครงานของ Toyota ไปสอบที่ตึก 60 ปี ตั้งกะ 9 โมง ที่สอบก็มี 4 ชุด
- ภาษาอังกฤษ 20 ข้อ จะว่าง่ายก็ง่ายนะ แค่ให้ check ว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดให้แก้ให้ถูก เป็นประโยคง่ายๆ ถ้าแม่นเรื่อง tence หน่อยก็ง่าย แต่อ่านแล้วงงๆ แฮะ ให้เวลา 5 นาที ง่ายปะ?
- ทดสอบความถนัด 30 ข้อมั้ง 10 นาที คำถามก็ ข้อใดไม่เข้าพวก?, รวมกันแล้วได้เท่าไหร่? อะไรประมาณนั้น ก็ง่ายอีกน่ะแหละ
- มันเรียกอะไรหว่าลืม มันเป็นข้อสอบ elec + drawing 4 ข้อแรก เป็นข้อสอบ elec ลืมไปหมดแล้ว เป็น choice นะ ถ้าเป็นพวกภาคไฟ น่าจะง่ายนะ ถ้าจำได้ก็น่าจะตอบได้เลยไม่ต้องคิด ส่วน 4 ข้อหลังเป็น drawing อันนี้ง่ายนะ ให้ดูแบบ isomatric แล้ววาดตามมุมที่กำหนดให้ ให้ถูกเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ได้เอาไม้บรรทัดไป เลย freehand ซะเลย เบี้ยวสุดๆ แต่น่าจะดูรู้เรื่องนะ รูปมันไม่ซับซ้อนเลยน่ะ
- สุดท้ายเป็นข้อสอบคอมพ์ เป็นภาษา C ก็ค่อนข้าง basic นะแต่มันชักจะลืมๆอ่ะ ถ้าเพิ่งเรียน system-soft มาใหม่ๆ นี่สบายอ่ะ ทำไปก็ไม่ค่อยจะแน่ใจซักเท่าไหร่
ลืมบอกไปว่าสอบกัน 2 ห้อง มีคนสอบอยู่เกีอบ 200 คน ภาคไฟกะคอมพ์ใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน มาสอบถึงข้อสอบชุดสุดท้ายนี่ พวกภาคไฟเดินหนีกันหมดเหลือแต่พวกภาคคอมพ์ ให้เวลาตั้งชั่วโมงนึงนั่งทำจนเบื่อแล้วเลยออกดีกว่า
กลับมาที่ lab ไปกินข้าวกะโบท มุก เก๋ นับ ไช้ อาร์ต กินเสร็จกลับมานั่งไปแป๊ปเดียว ง่วงฉิบ นอนซักงีบ งีบนึงกดไปซะเกือบ 3 ชั่วโมง นอนที่ lab นั่นแหละเอาเก้าอี้มาต่อกัน ส่วนโบทก็ทำงานได้เงียบสุดๆ เล่นเอาหลับยาว ตื่นมาก็บ่ายสาม ลงไปหาจารย์เขม ตามที่บอกไว้ ปรากฎว่าห้องล็อก โน๊ตบุ๊กไม่อยู่ = กลับไปแล้วนี่หว่า เวรกรรม เลยกลับไปพร้อมกับความเซ็ง อีกวันนึงเลยตัดสินไปกลับบ้าน
กลับบ้านวันเสาร์ตอนบ่าย รถไปติดตรงหน้า the mall กะตรง บางใหญ่ โครตติดง่ะ เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง คราวนี้ไม่ได้ทำ top speed เหมือนคราวที่แล้วนะ แต่ก็ขับเร็วเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน หิ้วท้องกลับไปกินที่บ้าน กลับถึงบ้านก็มีของกินเพียบ เออใช่ เกือบลืมไป ขากลับมานี่ รถตอนวิ่งช้าๆ มันมีเสียงดังแปลก มาจากฝากระโปรงหน้า ฟังไม่ออกว่ามาจากอะไร เป็นเสียงดังเหมือนอะไรไปขูดกันเข้า ดังเป็นช่วงๆ ตอนวิ่งช้าๆ เท่านั้นนะ พอวิ่งเร็วๆ ก็ไม่เป็น ลองมาคิดๆ ไปดูดีๆ แล้วน่าจะมาจาก air-compressor ไม่แน่ใจว่ามันจะดังตอน แอร์ตัด รึเปล่า ไว้ก่อน กลับมาบ้านนี่ก็ดีนะ ได้กินข้าวกะพ่อแม่ทุกมื้อ รู้สึกเลยว่าข้าวที่บ้านมันอร่อยกว่าที่อื่น ช่วยงานที่บ้านทำ ส่วนใหญ่เป็นงานใช้แรงน่ะ ไม่ต้องคิดอะไรมากดี ทำไปเรื่อยๆ มันทำให้รู้สึกเลยว่าทำงานแบบที่บ้านมันทำให้ไม่เครียด (ที่บ้านขายมะพร้าวกะของชำ) วันอาทิตย์ที่บ้านว่าง พี่ก็อยู่ด้วย เลยไปทำบุญที่วัดคันทด เนื่องจากพี่เรา อายุครบสองรอบ แล้วก็ไปเยี่ยมหลวงปู่ด้วย เป็นลูกพี่ลูกน้องของปู่น่ะหลังจากนั้นก็ไปแวะตลาดสวนน้ำ ได้ของกินมาเพียบ พอดีว่าที่บ้านก็กำลังจะปลูกใหม่ ให้กลายเป็นตึก เลยต้องไปหาบ้านเช่า ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล หลังบ้านนั่นเอง เป็นบ้านไม้เก่า ไม่มีคนอยู่มา 2 ปี หญ้าโครตรก มีไอ้เลื้อยสยองโลกอีก (ไม่ใช่ anaconda นะ พวกงูกะตะขาบ) แถมด้วยหมาเจ้าของบ้านเช่า พุดเดิ้ล อีกฝูงนึง เห่าน่ารำคาญจนอยากเตะ คงต้องทำอีกหลายวันกว่าจะเข้าไปอยู่ได้ เหนื่อยนะเนี่ย ถางหญ้าออกไปกองพะเนิน
จะว่าไปเรื่องบ้านใหม่ที่จะปลูกนี่ก็มีเรื่องจุกจิกเหมือนกัน โดยเฉพาะช่างเขียนแบบ ประมาณว่าไม่ได้หยั่งใจ จะว่าไปก็ไม่ได้มาคุยกับที่บ้านว่าจะเอายังไงให้แน่นอนด้วย ขนาดต้องยัดตังค์นะเนี่ย แล้วสุดท้ายก็มางอ บอกว่าช่วยให้ได้แค่นั้น (ขยายหลังบ้านจากที่ต้องเว้น 3 เมตร หรือ 2 เมตร แต่ในแบบ ก็ 3 เมตรนั่นแหละ 3 ชั้นนะ) ตอนแรกก็ว่าจะปลูกเป็นแบบ 3 ชั้นเต็ม มีชั้นลอย ไปๆมาๆ ไม่ยอม ไม่ให้มีชั้นลอย แสดงว่ากลัวทักษิณเอาจริง (ที่จริงเทศบาลมันก็แดรกกันเป็นขบวนการ รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย) ทั้งๆ ที่ตึกข้างบ้านที่ติดกัน มันยังทำได้เฉย ไม่รู้ว่าจะเสียตังค์ให้มันไปทำไม ไม่สบอารมณ์ ตังค์เราแท้ๆ แต่ไม่ได้หยั่งใจ ประเทศไทยไม่เจริญแน่ถ้ามีไอ้พวกนี้อยู่ เข้าใจว่าต้องมีขอบเขต แต่ขอบเขตมันงี่เง่าจริง กฎหมายสมัยไหนไม่รุ้
หลังจากอัดอั้นมานาน เอามาพ่นใส่ blog กลายเป็นว่า diary ส่วนตัว ไปแล้ว เขียนไปหวังว่ามันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นๆ
ที่จริงยังสงสัยนิดๆ ว่าถ้าโยมาเจอเรื่องแบบเรานี่จะเครียดขนาดไหน
อืมแถมท้ายนิดๆ เป็นอะไรที่คิดได้เกี่ยวกะจารย์เขมกะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ข้อคิดกะเพื่อนๆไว้ว่า I'm a chick, You 're ape, Watch me, Look at me, And don't be chick. ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่านั้น สร้างเรื่องให้ปวดหัวได้สุดๆ
Sunday, September 12, 2004
ลืมเขียนประจำ
- โปรเจคไม่ขยับ
เนื่องจากเจอแต่งานเอกสารเต็มไปหมด ไหนยังเหลืองานพรีเซนต์อีก งานส่ง NSC อีกเฮ่อ อยากไม่ทำอะไรเลยจิงๆ
- รันม่าแพ็คยักษ์ โหลดเสร็จเฉย
หลังจากลองโหลดดูมานานแสนนาน ในที่สุดก็เสร็จเกือบจนได้ (เกือบ) ไรท์เสร็จไปแล้ว แต่ไม่รู้จะไปหาเวลาที่ไหนมาดู คงต้องเป็นหลังจากโปรเจคเสร็จแล้วล่ะมั้ง
- กลายเป็นค้างคาวไปแล้วสิเรา
เช้า ถึง กลางวันนอน? ตื่นบ่าย อยู่ยันเช้า ไม่รู้นะว่าทำอะไร แต่รู้สึกว่าเวลาตอนกลางคืนนี่มันเงียบสงบดีจิงๆ เผลออยู่จนเช้าเลย แล้วพอเป็นแบบนี้มาซักพัก ชักเริ่มสงสัยตัวเองแล้วว่า ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้วะเนี่ย เริ่มหงุดหงิดตัวเองซะแล้วสิ ทำอะไรไม่ได้หยั่งใจเล้ย ฮึ่ย
- iBook ของ iMk
ยอมรับว่ามึงใช้แล้วเท่มาก ลองจับๆเล่นๆ ดูก็สัมผัสได้ถึงความภูมิฐานไม่เหมือนโน๊ตบุ๊กธรรมดาทั่วๆไป รู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆแล้วมีแสงออร่าสีขาวเปล่งออกมาตลอดเวลา พาให้อยากจับ อืม ไม่เคยลอง ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง ถึงราคามันจะแพงแต่ก็ขายได้ล่ะนะ ในเมื่อผ่านมือกูแล้วก็ต้องทำรีวิว หึ ๆ
การใช้งาน ปรากฎว่ารู้สึกว่าเร็วกว่าที่คิด สำหรับ G4 1GHz กับแรม 256 ที่เหลือธรรมดาๆ Mac OS เพิ่งเคยใช้ บอกได้ว่าไม่ชิน แฮะ งง แต่พอใช้ไปซักพักก็เริ่มเก็ตระบบ อืมเข้าท่า GUI ทำสวยดีโครตๆ แต่ไม่ทำให้ช้าลงเท่าไหร่ ปลักชาร์ตไฟแปลกๆ แต่สวยดี จอพับลงมาแบบนี้ ทำให้จอดูต่ำลงมาเยอะเลย รู้สึกว่ามันทำให้ต้องก้มมากขึ้นนะ Touchpad มีอาการคล้ายๆ ของAsus มันหนืดๆชอบกล กับปุ่มเดียวก็เกินพอ ที่จริงปุ่มกดข้างใต้ไม่ต้องมีก็ได้นะ ให้ scoll มาดีกว่า เพราะว่ามันคลิกได้ที่pad ปิดจอ ลองยกขึ้นมา หนักกว่าที่คิด แสดงว่าข้างในอัดแน่น ด้านใต้มีการยึดน็อตแปลก มองเห็นน็อตตัวเมีย มีที่ไขเอาแบตออกที่เดียว ไม่มีช่องอื่นให้เปิดได้ แสดงว่าอาจจะเพิ่มแรมไม่ได้ แล้วก็ไม่มีฉลากใดๆ แปะติดบอกรายละเอียดเอาไว้เลย ด้านบนมีรูปแอปเปิลอยู่ เวลาเปิดจอขึ้นมา จะเปิดไฟสีขาวด้วย ฝาล็อกจอเป็นแบบแม่เหล็ก หลุดง่ายเหมือนกันนะนั่น port ทุกอย่างอยู่รวมกันที่ด้านซ้าย มีให้ครบ ยกเว้นtv-out กะ microphone ทางขวาเป็น Combo รึเปล่า? แบบ slot-in ไม่ได้ลองเล่นดูเล้ย ><" ด้านหลังไม่มีอะไรเพราะต้องใช้เป็นที่พับจอ ด้านหน้าราบเรียบมีที่เปิดจออยู่อย่างเดียว จากการลองบูตเครื่องดู อืมไม่บอกอะไรเลยอ้ะ มีแต่รูปแอปเปิลอีกแล้ว กะ วงกลมหมุนๆ บอกว่าเครื่องยังไม่ค้าง เสร็จแล้วมันก็เข้ามาที่หน้า Desktop เลยง่ะ ข้องใจ เดี๋ยวต้องไปขอลองเล่นดูอีกที
- Mazda Family 1400E เร็วสุดก็...
ไม่อยากให้คนอื่นรู้เล้ย โดยเฉพาะทางบ้าน คงห่วงตกใจหน้าดู ... วันเสาร์เวลาประมาณบ่ายสี่ หลังจากผ่านบางบัวทองมาได้ซักพักนึง เห็นทางตรง โล่ง เลยลองกดดู เพราะเห็นว่าน้ำมันถู๊กถูก อยากรู้เหมือนกันว่า 62 แรงม้าเนี่ยมันได้แค่ไหน เกียร์ห้ากดมิด จากความเร็ว 120 รอบที่สี่พันกว่า รู้สึกได้ชัดว่าที่รอบช่วงนี้มีแรงม้าออกมาเต็ม กดไปเกือบๆ นาที ความเร็วที่หน้าปัดไปอยู่ที่ 170 กับรอบที่ 5500 กว่าๆนิดนึง ความร้อนกลางๆไม่ขึ้น ความเร็วจริงน่าจะอยู่ที่ 160-165 ถ้าไม่เจอสะพานก่อนอาจได้มากกว่านี้ สำหรับกับรถคันนี้คิดว่าเป็นเพราะทดเฟืองท้ายมาเยอะเลยทำให้แค่ 62 แรงยังวิ่งได้ขนาดนี้ คงไม่ค่อยมีใครกล้าเอามาขับแบบนี้หรอกมั้ง เพราะว่าขนาดทางตรง รถเริ่มส่ายตามกระแสลม น่ากลัวเอาเรื่อง หลังจากนั้นก็ขับกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมกับน้ำมันในถังที่ยุบไปเยอะเหมือนกัน แต่ดูไม่ออกแฮะ เพราะมาตรวัดมันไปตรง เลยไม่รู้ว่ากินไปเท่าไหร่ ทิ้งท้าย อย่าเลือนแบบนะคร้าบบบ
- แผ่น Record Advance ใช้ดีเหมือนกันนะ
ไรท์ไปหลายแล้วเหมือนกัน ไรท์รันม่านั่นแหละ มีเสียแผ่นนึงตอนท้ายแผ่น ทดลองใช้แล้ว อืมพอๆ กะ แผ่น esperanza นะ ถูกกว่าด้วยแค่ 260/50 แผ่น
- คืนยามไม่โหด ค่อยยังชั่วหน่อย
อยากที่บอก ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ได้ไม่กังวลว่าจะมาไล่เมื่อไหร่ จบ
Thursday, August 26, 2004
หายไปนาน
เท่าที่ฟังมาข่ายงานของศูนย์ที่ไทยก็กว้างเท่าของที่อื่น แต่เพิ่งมาตั้งปีที่แล้วเองเลยยังไม่มีผลงานอะไรมาก คนที่เข้าไปทำงานก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ (เพราะฟังจากคนที่มาบรรยาย) แถมมีเล่นสีด้วย (ชมพู) แต่ลองๆฟังไปแล้ว งานก็น่าสนใจดี สำหรับคนที่ชอบทำรถนะ แล้วก็มีแผนกนึงที่พี่เค้าแนะนำให้ฟัง คือ Evaluation ทดสอบรถก่อนเอาไปขายจริง เพิ่งนึกได้เลยนะว่าต้องมีแผนกนี้ด้วยนี่หว่า น่าสนใจชะมัด น่าสนใจตรงไหนน่ะเหรอ ก็ตรงที่ได้ขับรถใหม่ๆ ก่อนขายจริง แถมให้ทดสอบแบบโหดๆ ด้วย อย่างดริฟฟ์กระจายอะไรประมาณนี้ ฟังจากเค้าแล้วบอกว่ามีการสอบแบ่งเป็น class ด้วย ที่ญี่ปุ่น ฮึ่ยอยากขับอยากขับ ชะมัด ได้ฟังแล้วตาเป็นประกายปิ๊งๆ เลยนะเนี่ย ชักอยากไปฝึกขับรถอย่างจริงๆจังๆ ซะแล้ว เอาไว้ถอยรถมาก่อน ถ้าไม่ได้ที่ Toyota ก็ไปหาที่อื่นดู
กลับมาต่อที่งานหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไร ตอนท้ายมีให้ถาม-ตอบ มีคนนึงกวนตีนสุดๆ เล่นเอาฮาตรึมทั้งโรง พอเลิกแล้วได้สมุดมาเล่มนึง เลิกแล้วก็ไปกินราเมงกะวิป กินชาชู ส่วนวิปกินข้าวผัด เล่นเอาหายอยากเลย มันไม่อร่อยอย่างที่คิดแฮะ แพงด้วย 55฿ แน่ะ ขากลับกลับรถไฟฟ้า ต่อ 522 ถึงมหาลัยจบ
Sunday, August 08, 2004
ได้การ เสียงาน ?
หลังจากนี้ก็เกิดคึกอะไรไม่รู้นั่งรถไฟฟ้า 1 สถานีไปลงสยามตั้งสิบบาท ไปหาอะไรกินที่มาบุญ ที่น่าแปลกใจคือ แทบไม่มีคนไทยเดินเลยแฮะ เจอแต่ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน แต่ก็เออแปลกตาดี รึว่าเพราะกูไม่ค่อยได้ไปวะเนี่ย ว่าแล้วก็เดินขึ้นชั้น 5 ไปหาอะไรกินที่ Food Center ที่จัดใหม่ ดูดีขึ้นเยอะเหมือนกัน เอาวะไหนก็ไหนๆ ลอง salmon steak ดูละกัน 85฿ ไม่มีผักให้เล้ย มีข้าวกะมันฝรั่งทอดให้ ไปหาที่นั่งกินเงียบหน่อย เลยวิวไม่ดีเท่าที่ควร แต่ได้นั่งติดกะโต๊ะที่รู้สึกว่าจะเป็นสองสาวจากเกาหลีนะ เพราะฟังไม่เหมือนญี่ปุ่น แต่กินแบบญี่ปุ่น ความ beauty ก็งั้นๆ แต่ที่น่าแปลกคือกินข้าวกะเบียร์แฮะ รึว่าไม่แปลกวะ
กินเสร็จก็นึกได้ว่าต้องซื้อแบตมือถือนี่หว่า เพราะมันสภาพเต็มทนแล้ว ว่าแล้วก็ไปเดินวนที่ชั้น4 อยู่ตั้งนาน เพราะหาร้านที่ขายพวกแบตไม่ค่อยเจอ ไปเจอร้านนึงวางแบขาย ไม่น่าไว้ใจแค่ 200(c45) ถัดไปดันไปเจอร้านขายแผ่นDVD Anime เข้าก็ลองเข้าไปแวะดู เจอเรื่องแปลกๆ เต็มเลย แต่ไม่ได้ถามราคา ดูจากปกแล้วเป็นแผ่นก๊อป มี Initial D fourth stage ด้วยแฮะ มาไวจริง มาเข้าเรื่องแบตต่อ ก็เอาวะขี้เกียจเดินแล้ว เอาร้านเนี้ยแหละ (เป็นร้านที่แขวนแบตให้เห็น) ลองถามดู บอก 300฿ ก็คิดว่าคงประมาณเนี้ยแหละ แต่พอจ่ายตังค์เสร็จ มีคนเหมือนเป็นลูกค้าประจำของร้านถาม ราคาแบตรุ่นอื่น ก็เลยแกล้งทำเป็นยัดตังค์ทอนลองกระเป๋าช้า เค้าก็ไม่ยอมบอกราคาซักที ว่าจะฟังซักหน่อย ก็เลยแกล้งช้าลงอีก ก็ไม่ยอมบอกอีก เหมือนจะรอให้กูเดินหนีไปก่อน เอาเป็นว่ากูชักสงสัยแล้วล่ะว่ากูโดนหลอกรอบสองของวันรึเปล่า ระแวงจัดๆ พอกูเดินออกมาจากร้าน แล้วเอียงตาไปดูแบบแว่บๆ ต้องเข้าไปคุยแบบซุบซิบเลยเหรอวะ คิดว่าคงโดนอีกรอบแหงๆ ฮือเศร้า
ขากลับก็ดันบ้าเดินอีกนะ ไม่แน่ใจว่า 177 จะมาจากแยกไหน เลยเดินไปถึงราชเทวี แต่เวรดันเดินช้าไปไม่กีนาทีเอง จะวิ่งก็ไม่ทัน เลยต้องขึ้น 29 ธรรมดามาแทน ร้อนจนหลับเลย ดีนะที่ลงทันทั้งๆที่รู้ว่าจะถึงแล้วแต่มันทนไม่ไหวจริงๆ
ถึงหอสามทุ่ม ก็ไม่คิดทำงานการแล้ว หมดอารมณ์โดยปริยาย แต่ดีกว่าอยู่แค่มหาลัยกะหอ ไปทัศนาจรมั่ง แต่กว่าจะนอนกดไปซะตีสี่กว่า เล่นเกม ทำข้าวต้ม ดูแข่งรถ F1 กะ TGTC ช่อง11 กว่าจะปรับสายอากาศให้ดูรู้เรื่องเล่นเอาเหนื่อย ไมเคิลชนะอีกและน่าเบื่อ ตามด้วยอ่านอิกโคคุ หลับ