Thursday, October 21, 2004

 

โอ่ย สุดจะเครียด

พรุ่งนี้ก็จะลงทะเบียนแล้ว เรื่อง Architechture ยังไม่เคลียร์เลย เครียดจนปวดกระเพาะ
สงสัยจิงๆ เลยว่าทำไมช่วงนี้มันซวยขนาดนี้วะเนี่ย
ตั้งกะเรื่อง project prepare อยู่ดีๆ จารย์จะให้ F ซะดื้อๆทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ log book ไม่ใช่ไม่เขียนด้วย ไม่ได้เขียนย้อนหลังด้วย ครั้งแรกไม่ได้ส่ง ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เขียนไปเยอะเหมือนกัน เขียนเพราะเห็นว่ามันช่วยทำให้ไม่ลืมว่าทำอะไรไปมั่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะหายไป 20% ครั้งสองส่งไป ดันไม่มีคะแนนซะเฉย ไปคุยกับจารย์ ได้เหตุผลมาว่า ครั้งสองจะตรวจเฉพาะ บันทึกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป ใครจะไปรู้ล่ะ ของข้าพเจ้าไปกุดอยู่ที่ 29 ส.ค. ดูดิ๊ อะไรจะซวยขนาดนั้นเลยกลายเป็นได้ I มาแทน
หลังจากเรื่องนี้เคลียร์ไปได้ในตอนเช้า ก็มานั่งทำโปรเจคต่อ อย่างโล่งใจ ตอนเย็นนั้นเองที่เกรดเริ่มออกมาแปะ กะลังกินข้าวอยู่ที่บาร์ใหม่ดีๆ นนก็โทรมา เอาละต้องเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแน่ๆ นั่นไง architechture ได้ F ซะเฉย จากที่เครียดจนนอนไม่หลับไปคืนนึงแล้ว แล้วมาเจอแบบนี้อีก ตอนนั้นไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว เซ็ง เซ็งชีวิตอย่างเดียว เดินกลับมาดูเกรดที่แปะเอาไว้ Holy Sh_t! อะไรวะเนี่ย ให้เกรดยังไงวะ F 9 คน Dog,Dog+ 27 คน ข้าพเจ้าคิดว่า final ทำได้อย่างสบายมากเลยนะ midterm ก็ครึ่งนึงพอดี(ซะเฉย ตอนทำก็วัดดวงเหมือนกัน เพราะแกเล่นเขียนโจทย์ไม่เคลียร์ ถามก็ไม่บอก ข้อ 2 ไม่ผิดก็ถูก แต่คะแนนออกมาแบบนี้แสดงว่าผิด) การบ้านเขียนมีทั้งหมด 2 ครั้ง ทั้งๆ ที่ควรมีมากกว่านั้น ครั้งแรกไม่ได้ส่ง ส่งครั้งที่สอง รวม 20 คะแนน (มากไปรึเปล่า) รึนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากรู้เกรด รู้สึกอย่างเดียวคือ ฉุนกึ๊ก ไรฟะ กรูทำไรผิดฟะ ข้องใจ อีกวันนึงเลยไปหาอาจารย์ที่ห้อง เห็นไม่ว่างมีคนคุยอยู่ รอจนบ่ายสี่โมง อาจารย์เดินออกมาจากห้อง เลยลองถามดูว่าจะขอดูคะแนน ได้มั้ย จารย์บอก ไม่ว่าง เอาไว้วันศุกร์บ่ายค่อยมา (วันนั้นวันอังคาร) หะ ศุกร์บ่ายเลยเรอะ คิดว่าคุยกะแกคงไม่เกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เลยว่าจะไปคุยกะจารย์ป๋าว่าจะเปิดให้ได้มั้ย ลงเรียนควบน่าจะเวิร์คกว่า แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นจารย์เลยทั้งสองคน
จนมาถึงวันศุกร์ ตอนเช้ามีสอบสมัครงานของ Toyota ไปสอบที่ตึก 60 ปี ตั้งกะ 9 โมง ที่สอบก็มี 4 ชุด
  1. ภาษาอังกฤษ 20 ข้อ จะว่าง่ายก็ง่ายนะ แค่ให้ check ว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดให้แก้ให้ถูก เป็นประโยคง่ายๆ ถ้าแม่นเรื่อง tence หน่อยก็ง่าย แต่อ่านแล้วงงๆ แฮะ ให้เวลา 5 นาที ง่ายปะ?
  2. ทดสอบความถนัด 30 ข้อมั้ง 10 นาที คำถามก็ ข้อใดไม่เข้าพวก?, รวมกันแล้วได้เท่าไหร่? อะไรประมาณนั้น ก็ง่ายอีกน่ะแหละ
  3. มันเรียกอะไรหว่าลืม มันเป็นข้อสอบ elec + drawing 4 ข้อแรก เป็นข้อสอบ elec ลืมไปหมดแล้ว เป็น choice นะ ถ้าเป็นพวกภาคไฟ น่าจะง่ายนะ ถ้าจำได้ก็น่าจะตอบได้เลยไม่ต้องคิด ส่วน 4 ข้อหลังเป็น drawing อันนี้ง่ายนะ ให้ดูแบบ isomatric แล้ววาดตามมุมที่กำหนดให้ ให้ถูกเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ได้เอาไม้บรรทัดไป เลย freehand ซะเลย เบี้ยวสุดๆ แต่น่าจะดูรู้เรื่องนะ รูปมันไม่ซับซ้อนเลยน่ะ
  4. สุดท้ายเป็นข้อสอบคอมพ์ เป็นภาษา C ก็ค่อนข้าง basic นะแต่มันชักจะลืมๆอ่ะ ถ้าเพิ่งเรียน system-soft มาใหม่ๆ นี่สบายอ่ะ ทำไปก็ไม่ค่อยจะแน่ใจซักเท่าไหร่

ลืมบอกไปว่าสอบกัน 2 ห้อง มีคนสอบอยู่เกีอบ 200 คน ภาคไฟกะคอมพ์ใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน มาสอบถึงข้อสอบชุดสุดท้ายนี่ พวกภาคไฟเดินหนีกันหมดเหลือแต่พวกภาคคอมพ์ ให้เวลาตั้งชั่วโมงนึงนั่งทำจนเบื่อแล้วเลยออกดีกว่า

กลับมาที่ lab ไปกินข้าวกะโบท มุก เก๋ นับ ไช้ อาร์ต กินเสร็จกลับมานั่งไปแป๊ปเดียว ง่วงฉิบ นอนซักงีบ งีบนึงกดไปซะเกือบ 3 ชั่วโมง นอนที่ lab นั่นแหละเอาเก้าอี้มาต่อกัน ส่วนโบทก็ทำงานได้เงียบสุดๆ เล่นเอาหลับยาว ตื่นมาก็บ่ายสาม ลงไปหาจารย์เขม ตามที่บอกไว้ ปรากฎว่าห้องล็อก โน๊ตบุ๊กไม่อยู่ = กลับไปแล้วนี่หว่า เวรกรรม เลยกลับไปพร้อมกับความเซ็ง อีกวันนึงเลยตัดสินไปกลับบ้าน

กลับบ้านวันเสาร์ตอนบ่าย รถไปติดตรงหน้า the mall กะตรง บางใหญ่ โครตติดง่ะ เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง คราวนี้ไม่ได้ทำ top speed เหมือนคราวที่แล้วนะ แต่ก็ขับเร็วเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน หิ้วท้องกลับไปกินที่บ้าน กลับถึงบ้านก็มีของกินเพียบ เออใช่ เกือบลืมไป ขากลับมานี่ รถตอนวิ่งช้าๆ มันมีเสียงดังแปลก มาจากฝากระโปรงหน้า ฟังไม่ออกว่ามาจากอะไร เป็นเสียงดังเหมือนอะไรไปขูดกันเข้า ดังเป็นช่วงๆ ตอนวิ่งช้าๆ เท่านั้นนะ พอวิ่งเร็วๆ ก็ไม่เป็น ลองมาคิดๆ ไปดูดีๆ แล้วน่าจะมาจาก air-compressor ไม่แน่ใจว่ามันจะดังตอน แอร์ตัด รึเปล่า ไว้ก่อน กลับมาบ้านนี่ก็ดีนะ ได้กินข้าวกะพ่อแม่ทุกมื้อ รู้สึกเลยว่าข้าวที่บ้านมันอร่อยกว่าที่อื่น ช่วยงานที่บ้านทำ ส่วนใหญ่เป็นงานใช้แรงน่ะ ไม่ต้องคิดอะไรมากดี ทำไปเรื่อยๆ มันทำให้รู้สึกเลยว่าทำงานแบบที่บ้านมันทำให้ไม่เครียด (ที่บ้านขายมะพร้าวกะของชำ) วันอาทิตย์ที่บ้านว่าง พี่ก็อยู่ด้วย เลยไปทำบุญที่วัดคันทด เนื่องจากพี่เรา อายุครบสองรอบ แล้วก็ไปเยี่ยมหลวงปู่ด้วย เป็นลูกพี่ลูกน้องของปู่น่ะหลังจากนั้นก็ไปแวะตลาดสวนน้ำ ได้ของกินมาเพียบ พอดีว่าที่บ้านก็กำลังจะปลูกใหม่ ให้กลายเป็นตึก เลยต้องไปหาบ้านเช่า ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล หลังบ้านนั่นเอง เป็นบ้านไม้เก่า ไม่มีคนอยู่มา 2 ปี หญ้าโครตรก มีไอ้เลื้อยสยองโลกอีก (ไม่ใช่ anaconda นะ พวกงูกะตะขาบ) แถมด้วยหมาเจ้าของบ้านเช่า พุดเดิ้ล อีกฝูงนึง เห่าน่ารำคาญจนอยากเตะ คงต้องทำอีกหลายวันกว่าจะเข้าไปอยู่ได้ เหนื่อยนะเนี่ย ถางหญ้าออกไปกองพะเนิน

จะว่าไปเรื่องบ้านใหม่ที่จะปลูกนี่ก็มีเรื่องจุกจิกเหมือนกัน โดยเฉพาะช่างเขียนแบบ ประมาณว่าไม่ได้หยั่งใจ จะว่าไปก็ไม่ได้มาคุยกับที่บ้านว่าจะเอายังไงให้แน่นอนด้วย ขนาดต้องยัดตังค์นะเนี่ย แล้วสุดท้ายก็มางอ บอกว่าช่วยให้ได้แค่นั้น (ขยายหลังบ้านจากที่ต้องเว้น 3 เมตร หรือ 2 เมตร แต่ในแบบ ก็ 3 เมตรนั่นแหละ 3 ชั้นนะ) ตอนแรกก็ว่าจะปลูกเป็นแบบ 3 ชั้นเต็ม มีชั้นลอย ไปๆมาๆ ไม่ยอม ไม่ให้มีชั้นลอย แสดงว่ากลัวทักษิณเอาจริง (ที่จริงเทศบาลมันก็แดรกกันเป็นขบวนการ รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย) ทั้งๆ ที่ตึกข้างบ้านที่ติดกัน มันยังทำได้เฉย ไม่รู้ว่าจะเสียตังค์ให้มันไปทำไม ไม่สบอารมณ์ ตังค์เราแท้ๆ แต่ไม่ได้หยั่งใจ ประเทศไทยไม่เจริญแน่ถ้ามีไอ้พวกนี้อยู่ เข้าใจว่าต้องมีขอบเขต แต่ขอบเขตมันงี่เง่าจริง กฎหมายสมัยไหนไม่รุ้

หลังจากอัดอั้นมานาน เอามาพ่นใส่ blog กลายเป็นว่า diary ส่วนตัว ไปแล้ว เขียนไปหวังว่ามันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นๆ

ที่จริงยังสงสัยนิดๆ ว่าถ้าโยมาเจอเรื่องแบบเรานี่จะเครียดขนาดไหน

อืมแถมท้ายนิดๆ เป็นอะไรที่คิดได้เกี่ยวกะจารย์เขมกะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ข้อคิดกะเพื่อนๆไว้ว่า I'm a chick, You 're ape, Watch me, Look at me, And don't be chick. ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่านั้น สร้างเรื่องให้ปวดหัวได้สุดๆ


Comments: Post a Comment

<< Home

This page is powered by Blogger. Isn't yours?